Login Form

Vinaora Visitors Counter

2113400
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
459
287
4089
1089637
8799
16843
2113400

Your IP: 54.92.194.75
Server Time: 2017-12-17 08:14:55

บทความดีๆที่อยากให้ทุกคนได้อ่าน..

ผู้ไม่รู้

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 3.50 (1 Vote)

.......เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมบังเิิอิญแวะไปทำธุระแถวๆหัวถนนพัฒนาการ ก็เลยแวะเข้าไปทานข้าวกลางวันที่ร้านอาหารตามสั่งร้านหนึ่งในซอย ร.พ.วิภาราม ระหว่างรอก็หยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านฆ่าเวลา แต่ก็ต้องสะดุดกับบทความๆหนึ่งในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม 2554 ในคอลัมน์ กิเลน ประลองเชิง อ่านแล้วโดนมากๆ เลยอยากช่วยนำมาเผยแพร่เผื่อว่าบางท่านอาจจะยังไม่ได้อ่าน ผู้ไม่รู้

.......ในจำนวน 80 เรื่องเล่า จากหนังสือ"วางได้ก็ไร้ทุกข์"(หวงถง เขียน รุ่งอรุณ สินธทียากร แปล สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์) เรื่องที่ 34 ชื่อ"เลียงผากับสิงโต"

RTW117

.......ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าแอฟริกา พบว่า บนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลแห่งหนึ่ง มีเลียงผามีค่าหายากพันธุ์หนึ่งจำนวนน้อยลง จนเป็นห่วงกันว่าจะสูญพันธุ์

.......พวกเขาระดมความรู้ประสบการณ์ ทำทุกวิถีทาง โดยหวังว่าจำนวนของเลียงผาจะกลับมาคงที่

.......พวกเขารู้ต้นเหตุปัญหาหนึ่ง ที่ทำให้จำนวนเลียงผาลดลง เกิดจากฝูงสิงโตเจ้าป่า ออกมาไล่ล่าเลียงผา20090608082027afariga1

.......ในที่สุด ผู้เชี่ยวชาญก็ตัดสินใจ หนทางเดียวที่จะรักษาจำนวนเลียงผาเอาไว้ ก็คือหาทางย้ายสิงโตไปอยู่ในป่าอื่น

.......จำนวน สิงโตมีไม่น้อย การจับสิงโตแต่ละตัวก็ไม่ใช่ง่ายๆ การจับสิงโตทั้งป่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่เมื่อตัดสินใจแล้ว ผู้เชี่ยวชาญก็ระดมผู้คนและทรัพยากรไล่จับสิงโต

.......แล้วพวกเขาทำได้สำเร็จเรียบร้อย

.......เวลาผ่านไปได้ระยะแรก เลียงผาอยู่ดีกินดีในทุ่งหญ้าแห่งนั้น เมื่อมันไม่มีสิงโตศัตรูธรรมชาติคอยรบกวน จำนวนเลียงผาก็เริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น

.......นี่คือผลงานที่ผู้เชี่ยวชาญพอใจ ทฤษฎีอนุรักษ์เลียงผาได้ผล

liengpa.......แต่ความดีใจของนักอนุรักษ์ก็เริ่มคลอนแคลน เวลาผ่านมาอีกไม่นาน ก็เกิดโรคระบาดในหมู่เลียงผา โรคนี้เป็นโรคเกิดใหม่สัตวแพทย์รับมือไม่ทัน เลียงผาตายตัวแล้วตัวเล่า

.......จำนวนเลียงผาลดลง ดูเหมือนจะมากกว่าตอนที่มีสิงโตไล่จับพวกมันกิน

.......คราวนี้ก็มีโจทย์ใหม่ เลียงผาตายเพราะอะไร ลงทุนหาผู้เชี่ยวชาญ ทำวิจัยกันแล้วก็พบคำตอบ เลียงผาเป็นโรคระบาดตายง่ายๆ เพราะพวกมันอ่อนแอ

.......แต่เดิมเมื่อยังมีสิงโตเป็นศัตรูคู่อาฆาต เลียงผาก็เป็นสัตว์ที่มีสัญชาตญาณระวังตัวกลัวภัย ไปหากินทางไหน ก็ตื่นตัว เพราะมีเรื่องให้ต้องออกกำลังวิ่งหนีการไล่ล่าของสิงโตอยู่เสมอ ร่างกายเลียงผาจึงแข็งแรง

.......ไม่ว่าสัตว์หรือคน เมื่อร่างกายอ่อนแอ โรคร้ายก็รุกได้ง่ายๆ

.......บทสรุป...บทใหม่ การจะรักษาจำนวนเลียงผาให้คงที่ ก็ต้องเอาสิงโตเจ้าป่า กลับมาไล่ล่าเลียงผา...เหมือนเก่า

lion_africa......เมื่อฝูงสิงโตกลับมา เลียงผาก็เริ่มฟื้นฟูสัญชาตญาณระวังตัวกลัวภัย ร่างกายก็เริ่มแข็งแรง แม้จะเป็นเหยื่อสิงโตไปบ้าง แต่จำนวนที่เสียไป ก็ยังน้อยกว่าที่ตายไปด้วยโรคระบาด

.......เมื่อผู้เชี่ยวชาญ เรียนรู้สมดุลของธรรมชาติสัตว์ป่า ไม่ไปข้องแวะวอแวกับพวกมัน ทั้งสิงโตและเลียงผาก็อยู่กันได้ ไม่มีเรื่องให้วิตกห่วงใยกันต่อไปอีก

.......คติสอนใจจากเรื่องนี้ อยู่ที่การรู้จักใช้กระบวนการแข่งขัน กระตุ้นให้มนุษย์ต่อสู้กัน สร้างตัวให้เข้มแข็ง

.......แต่ผมมองต่างมุม บางครั้งความรู้ความเชี่ยวชาญ ก็ช่วยอะไรไม่ได้ หลายครั้งความรู้ความเชี่ยวชาญที่ว่า ก็ทำให้มนุษย์ต้องเสียค่าโง่ไปอย่างไม่น่าเชื่อ

.......ครั้งแรกที่ผมอ่าน ประโยค ยิ่งเรียนยิ่งโง่ ผมไม่เชื่อ แต่เมื่อผมยิ่งอ่านมากๆ ผมก็ยิ่งตระหนักรู้ว่า ยิ่งโง่กว่าเก่า โลกนี้มีเรื่องราวสารพัดสารพันให้ต้องเรียนให้ต้องรู้ มากมหาศาล จนเกินกว่าที่ใครสักคนจะประกาศว่า ข้าคือผู้รู้

............คนระดับผู้นำ ถูกอุปโลกน์ว่า ต้องรู้มากกว่าผู้ตาม ส่วนใหญ่ของผู้นำ จึงมักผูกขาดความเป็นผู้รู้เอาไว้ ทั้งๆที่ความจริงแล้วมันเป็นเรื่องฝืนธรรมชาติ

............ผู้นำที่พูดได้ทุกเรื่อง ก็มักจะไม่ใช่ผู้นำที่ทำได้เก่งทุกเรื่อง ถูกด่าว่าดีแต่พูด...ก็เคยมี

............ถ้ามีผู้นำที่กล้ายอมรับว่า ไม่รู้เสียบ้าง ในบางเรื่อง ในหลายเรื่อง ผมว่าจะน่ารักมาก มองแล้วเป็นมนุษย์มากกว่า

............ตำราบริหารกี่เล่มๆ เขาก็บอกว่า ใช้คนให้ถูกกับงาน แล้วมันเรื่องอะไร ไปเผลอเหมาเอางานทั้งบ้านเมืองมาไว้ในตัวตนของคนคนเดียว

กิเลน ประลองเชิง