Login Form

Vinaora Visitors Counter

2113336
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
395
287
4025
1089637
8735
16843
2113336

Your IP: 54.167.44.32
Server Time: 2017-12-17 06:16:48

Articles

หนังสือแนะนำประจำเดือนสิงหาคม 2554

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0.00 (0 Votes)

?

Happiness_you_call_up_web

?

รหัสสินค้า:? 9786167193083

จำนวน:? 240?หน้า

ขนาดรูปเล่ม:? 145?x?190?x?14?มม.

น้ำหนัก:? 300?กรัม

เนื้อในพิมพ์:? 2 สี?ชนิดปก:?ปกอ่อน

ชนิดกระดาษ:? กระดาษปอนด์

สำนักพิมพ์:? โฟร์ เลตเตอร์เวิร์ด, สนพ.

เดือนปีที่พิมพ์:? มีนาคม 2554

.....หนังสือที่น่าอ่านอีกเล่มหนึ่ง เหมาะกับภาวะปัจจุบันนี้?เพราะทุกคนมีสองภาวะที่ไปเกี่ยวข้องด้วย?คือในโลกชีวิตจริง เป็นสังคมที่เราคิดว่าจับต้องได้ สัมผัสได้ด้วยมือเท้า ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และความคิด?และอีกโลกหนึ่งคือโลกไซเบอร์ โลกในอินเตอร์เนต social network เช่น facebook ,twitter หรือแม้แต่เวบไซต์ที่เราเข้าไปเล่นส่วนใหญ่ เราสัมผัสด้วยจิต?และเมื่ออ่านข้อความต่างๆเรามาปรุงต่อ จนเกิดอารมณ์ต่างๆตามมา มีการถกเถียงพูดคุยกัน?มีทุกข์ มีสุข บางคนเสียน้ำตาเมื่ออ่านข้อความในอินเตอร์เนต?หรือเมื่อเพื่อนที่เราคุยด้วยในอินเตอร์เนต อยู่ๆหายไป เราก็กระวนกระวายใจ เที่ยวออกตามหาในโลกไซเบอร์และอาจจะเจอแค่ความเวิ้งว้างว่างเปล่า เค้าหายไปอย่างไร้ร่องรอยหรือเเม้ตัวตนในโลกจริงยังสามารถมองเห็นกันอยู่ ก็ไม่สามารถพูดคุยสื่อสาร กันได้ ทั้งในโลกจริง?เเละไม่สามารถconnect กันในโลกไซเบอร์ได้อีก ชั่วนิรันดร์กาล?ซึ่งการใช้เวลาในโลกอินเตอร์เนต มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของเรามาก เเม้เพียงเหตุการณ์สั้นๆเกิดขึ้น?เเต่ผลที่ตามมามันไม่มีอายุความ เหมือนบางคนกล่าวว่า ได้รักใครในเวลาสั้นๆ เเต่ใช้เวลาทั้งชีวิตที่จะลืมความรักนั้น?บางคนสูญเสียงาน สูญเสียคนรัก สูญเสียครอบครัวเสียเพื่อน เสียมิตรภาพ เพราะโลกไซเบอร์?แต่ในทางกลับกัน เราได้เพื่อน ได้คนรัก ได้มิตรภาพ ได้ความรู้ จากอินเตอร์เนต?ทุกอย่างเป็นเหรียญสองด้านเสมอ?แล้วแต่ว่าเราจะบริหาร จัดการอย่างไร จึงจะสมดุล ไม่เกิดความทุกข์?ผู้เรียบเรียงหนังสือเล่มนี้ เป็นจิตแพทย์ เป็นblogger ใช้นามแฝงว่า ?ผมอยู่ข้างหลังคุณ??น่าอ่านมากเหมาะสำหรับทุกคน ทุกเพศทุกวัย ทุกสถานะภาพ

คำนำ

สมชายตื่นนอนตอนเช้า ได้ยินเสียงโทรทัศน์พร้อมเสียงแม่เฮสลับกันเป็นพักๆเวลาคนบนเวทีปราศรัยตะโกนถามถึง ?พ่อแม่พี่น้อง...? แม่ติดตามเหตุการณ์บ้านเมือง ตั้งแต่เช้าจรดเย็นมาเป็นเดือนๆ เหมือนกับ พ่อของเขาที่เปิดรายการข่าวดูเกือบตลอดเวลา ต่างกันแค่ แม่กับพ่อใส่เสื้อคนละสี มีความเชื่อคนละอย่าง ระยะหลังทั้งคู่หงุดหงิดง่ายและนั่งดูทีวีกันคนละเครื่อง

อาบน้ำเสร็จ ได้ยินพ่อกับแม่เถียงกันเสียงดัง ว่า ?ทำไมไม่รักชาติ ? ส่วนตัวเขาแต่งตัวเตรียมจะไปเยี่ยมป้าที่ป่วยเป็นมะเร็ง พร้อมกับของฝากเป็น น้ำสูตรพิเศษที่แม่สั่งซื้อจากที่เห็นออกในรายการทีวี เขาสงสัยในสรรพคุณวิเศษเหลือเชื่อของมัน ในการรักษาโรคที่หมอยังรักษาไม่ได้ ดูฉลากไม่เห็นมี อ.ย. แม่ก็บอกว่า ?กินดีกว่าไม่กิน ไม่เชื่ออย่าลบหลู่? ก่อนออกจากบ้านแม่ตะโกนออกมาเตือนว่า ปีนี้เป็นปีชง อย่าลืมแวะวัดจีนเพื่อไปแก้ชงด้วย

หลังกลับจากเยี่ยมป้า เขาแวะเข้าไปที่มหาวิทยาลัย เช็คผลสอบผ่านทางอินเตอร์เน็ต เจอ ช่อลดา เพื่อนร่วมชั้นปี เธอเม้าธ์ให้เขาฟังเรื่องที่ จอย กับ กฤษณ์ เลิกกันแล้ว เธอติดตามข่าวของคู่นี้มาตลอดผ่านหน้า facebook ที่คนหนึ่งอัพเดตสเตตัสตัดพ้อมาเป็นระยะ แต่ความจริงสมชายรู้ข่าวนี้มาพักใหญ่ เหมือนข่าวซุบซิบนินทาอื่นๆในคณะ ที่ เกรียนไกร เพื่อนของเขาคอยส่ง link หน้า blog หรือ facebook ที่แต่ละคนเขียนบ่นระบายเรื่องส่วนตัว มาให้อ่านทางเมลล์

ช่อลดาชวนเขาไปดูหนัง ระหว่างดูหนังเขาสงสัยว่าทำไมหญิงสาวคนที่นั่งด้านหน้าถึงเล่น BB ในโรงหนังเกือบตลอดเวลา ดูหนังจบออกมาเดินเล่นใน ร้านหนังสือ เขาสังเกตว่า หนังสือขายดีของคนไทยส่วนใหญ่ไม่พ้นหมวดหมู่ บุญ , ธรรม , กรรม ,สุข ฯลฯ โดยเฉพาะ ธรรมะมีจัดเป็นชุดๆเหมือนแพ็คเกจ ก่อนแยกย้ายกลับบ้าน ช่อลดาชวนเขาไปปฏิบัติธรรมช่วงวันหยุด ในสถานที่ที่ช่อลดาภูมิใจว่าต้องจองล่วงหน้าถึงสี่เดือนและมีแต่คนดีๆเขาไปกัน

ขากลับบ้าน สมชายติดรถเกรียนไกรที่มีสมบัตินั่งมาด้วยไปลงสถานีรถไฟฟ้า เกรียนไกรเปิด twitter ทาง iphone 4 เช็คเส้นทางที่จราจรไม่ติดขัด แล้วเช็คอินให้เพื่อนๆรู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ตรงจุดไหน ส่วนสมบัติก้มหน้า chat BB กับแฟนโดยไม่คุยกับใคร ขับไปได้สิบห้านาที รถติดสาหัส เกรียนไกรด่าคนมาชุมนุม แต่ สมบัติที่นั่งแถวหลังพยายามอธิบายเหตุผลของการชุมนุม คุยกันได้ไม่นาน เกรียนไกรหันมาต่อยสมบัติเป็นที่ชุลมุน?

ขึ้นรถไฟฟ้า สมชายโหนราวดูจอแอลซีดีก็เห็นโฆษณาส่วนใหญ่เน้นภาพ หญิงสาวขาวอมชมพู ก่อนออกจากรถไฟฟ้าสายตาก็เหลือบไปเห็นป้ายโฆษณานางแบบที่ขายความขาวจนเขาเคลิบเคลิ้ม

กลับถึงบ้าน แม่บอกว่าจะไม่ทำต้มยำกุ้งอีกต่อไป เพราะกลัวจะตายจากการกินกุ้งพร้อมวิตามินซีเหมือนที่อ่านเจอใน ฟอร์เวิร์ดเมล พร้อมอยากให้เขาไปตรวจร่างกายกับ หมอสฟิงซ์ ที่สามารถตรวจหา กรรม ซึ่งเป็นต้นเหตุของมะเร็งกับโรคร้าย ด้วยเครื่องมือรูปทรงกระป๋องโลหะที่ไม่น่าจะมีอะไรอยู่ด้านใน แถมยังมีปีกเหมือนหนวดกุ้งคล้ายเครื่อง GT200

ช่วงหัวค่ำ สมชายนอนเอกเขนกเปิดทีวีดูละครก็เห็นเซ็นเซอร์หมอกมาบังปืนในมือตัวร้าย แกว่งไปแกว่งมา ดูแล้วรำคาญสายตา เปลี่ยนไปอีกช่องก็เห็นมอกมาบังขวดเหล้าที่พ่อครัวกำลังทำอาหาร เลยคิดว่าดูการ์ตูนโดเรมอนน่าจะสบายตากว่า เปิดไปก็ดันเห็นว่า ชิซูโกะ ก็โดนเบลอเหมือนกัน

ก่อนล้มตัวนอน เกรียนไกรโทรมาบ่นให้ฟังว่าถูกเพื่อนที่คบกันมาสี่ห้าปี remove เขาออกจากการเป็น friend ใน facebook เพียงเพราะเขาเขียนสเตตัสบ่นเรื่องการเมือง แถมพอโทรไปเคลียร์ อีกฝ่ายก็บอกสั้นๆแค่ว่า ?เราไม่ใช่เพื่อนกันอีกต่อไป?

... ผมอยู่ในยุคเดียวกับ สมชาย และตั้งใจเขียนหนังสือเล่มนี้ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นที่เฝ้ามองการทำงานของจิตใจในกระแสสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง?

ยุคที่เราใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคลื่นความคิดที่ขัดแย้งในสังคม คลื่นลมแรงของชีวิตยุค 3G(T200) และ กระแสอันเชี่ยวกรากของเทคโนโลยีใหม่ๆมากมาย เช่น facebook , twitter , BB , iphone ฯลฯ?

มองไปรอบตัว เราเห็นความนิยมในการเฝ้าหน้าจอเพื่อปลูกผักเลี้ยงวัวล้อมรั้วเก็บสตรอเบอรี่ , คอยติดตามและส่งข่าวสารผ่าน twitter , รอดูปีชงรอฟันธงรอคอนเฟิร์ม , ออกไปเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมวลชนไม่ว่าจะทางการเมืองหรือทางความคิด , กระแสธรรมะอินเทรนด์ , การนั่งรายงานให้โลกรับรู้ว่าตัวเองเศร้า เหงา เกาผื่นที่แผ่นหลัง ผ่านหน้า wall facebook ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นตัวบอกถึง ความพยายามในการแสวงหาความสุขสบายใจของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน

เราอาจจะมีวิธีเพิ่มพูนความสุขมากมายจากตัวอย่างข้างต้น แต่หากไม่รู้เท่าทันจิตใจของตัวเองท่ามกลางโลกสมัยใหม่ที่หมุนด้วยอัตราเร็วที่ต่างจากเดิม การถามหาความสุขที่เหนื่อยแทบขาดใจ อาจตามมาด้วยเสียงจากปลายสายว่า ?ความสุขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้?------->

เชื่อว่าภาพเหล่านี้คงเป็นภาพที่หลายๆ คน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพคุ้นเคยกันดีครับ สำหรับผมเอง พออ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ก็รู้สึกว่าช่วยให้ตัวเองมีสติและรู้เท่าทันสิ่งต่างๆ ขึ้นมาหลายเรื่องเลยทีเดียวครับ สิ่งที่ชอบมากในหนังสือเล่มนี้ คือ หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือที่จะบอกว่าให้ปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่ๆ ทุกอย่าง หรือมองความเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันไปในทางร้ายเสียทั้งหมด แต่จะช่วยให้เรามองโลกที่เต็มไปด้วยทุนนิยม วัตถุนิยม และ social network ทั้งหลายในขณะนี้ได้กว้างขึ้น และรู้เท่าทันขึ้นครับ